พื้นไม้สักพม่า (Solid Hardwood Flooring) ดีอย่างไร? รีวิวงานปูพื้นไม้จริงแบบขัดทำสีหน้างานที่ให้ผิวเรียบไร้ร่อง
พื้นไม้สักพม่าแบบแผ่นตัน (Solid Hardwood Flooring) เป็นวัสดุปูพื้นที่ให้สัมผัสไม้จริงทั้งแผ่น มีความทนทานสูง สามารถขัดทำสีใหม่ได้หลายครั้ง และเหมาะกับบ้านที่ต้องการความหรูหราแบบคลาสสิกในระยะยาว โดยเฉพาะเมื่อใช้เทคนิคติดตั้งแบบ ขัดทำสีหน้างาน (Site Sanding & Finishing) จะได้ผิวพื้นที่เรียบเนียนเป็นผืนเดียว ไม่มีร่องระหว่างแผ่น
บทความนี้เป็นรีวิวตัวอย่างงานติดตั้งพื้นไม้สักพม่า พร้อมอธิบายว่าทำไมเทคนิคขัดทำสีหน้างานจึงให้ผลลัพธ์ที่เหนือกว่าการปูพื้นไม้สำเร็จรูปทั่วไป
พื้นไม้สักพม่า (Solid Hardwood Flooring) คืออะไร?


พื้นไม้สักพม่าแบบ Solid Hardwood คือพื้นไม้ที่ผลิตจาก ไม้สักจริงทั้งแผ่น ไม่มีการอัดชั้นหรือประกบวัสดุอื่น จึงให้ความแข็งแรงสูงและคงทนต่อการใช้งานระยะยาว
คุณสมบัติหลักของพื้นไม้สักพม่า ได้แก่
-
เป็นไม้เนื้อแข็ง ทนต่อแรงกดและการขีดข่วน
-
มีน้ำมันธรรมชาติ ช่วยลดปัญหาปลวกและความชื้น
-
สีไม้โทนทองธรรมชาติ ให้ความรู้สึกอบอุ่นและหรูหรา
-
สามารถขัดและทำสีใหม่ได้หลายครั้งตลอดอายุการใช้งาน
จึงเหมาะกับบ้านพักอาศัยระดับพรีเมียม และโครงการที่ต้องการวัสดุที่มี Lifetime Value
รายละเอียดงานติดตั้งพื้นไม้สักพม่าเคสนี้
สินค้า: ไม้สักพม่า (Solid Hardwood Flooring)
ขนาดไม้: หนา 18 x กว้าง 90 x ยาวคละ (Random Length)
เกรดไม้: AB Grade (ลายสวย สม่ำเสมอ)
เทคนิคติดตั้ง: ขัดทำสีหน้างาน (Site Sanding & Finishing)
การเลือกไม้ Random Length จะช่วยให้ลวดลายพื้นดูเป็นธรรมชาติ ไม่เป็นแพทเทิร์นซ้ำ ๆ และให้ฟีลบ้านไม้คลาสสิกแบบดั้งเดิม
ทำไมต้องเลือกเทคนิค “ขัดทำสีหน้างาน (Site Sanding & Finishing)”?
การขัดทำสีหน้างาน คือการติดตั้งไม้ดิบก่อน แล้วจึงขัดปรับผิวและเคลือบสีในพื้นที่จริง
ซึ่งแตกต่างจากพื้นไม้สำเร็จรูปที่เคลือบสีมาจากโรงงานแล้ว
ข้อดีหลักของเทคนิคนี้มี 3 ด้านสำคัญ

1. Seamless Touch: ผิวเรียบเป็นผืนเดียว ไม่มีร่องระหว่างแผ่น
หลังติดตั้งจะมีการขัดปรับระดับทั้งพื้นที่พร้อมกัน ทำให้
-
ไม่มีร่อง V-Groove ระหว่างแผ่น
-
เดินแล้วไม่สะดุด
-
ฝุ่นไม่ตกค้างตามร่องไม้
เหมาะกับบ้านที่ต้องการลุค “เรียบ เนียน หรู” และดูแลรักษาง่าย
2. สีทองของไม้สัก ช่วยเพิ่มความหรูและความอบอุ่นในเวลาเดียวกัน
ไม้สักพม่ามีโทนสีทองธรรมชาติ เมื่อผ่านการเคลือบผิวอย่างเหมาะสมจะช่วยให้
-
ห้องดูสว่างขึ้น
-
ให้บรรยากาศอบอุ่นแต่ยังคงความพรีเมียม
จึงเข้ากับทั้งบ้านสไตล์คลาสสิก โมเดิร์น หรือทรอปิคอล
3. Lifetime Value: ขัดทำสีใหม่ได้ตลอดอายุการใช้งาน
พื้นไม้สักแบบ Solid Hardwood สามารถ
-
ขัดลบรอย
-
เปลี่ยนสีใหม่
-
ฟื้นฟูผิวหน้าได้หลายครั้ง
ทำให้แม้ใช้งานไปหลายสิบปี ก็ยังสามารถปรับสภาพให้กลับมาสวยเหมือนใหม่ได้
ซึ่งเป็นจุดเด่นที่พื้นไม้ลามิเนตหรือ engineered wood ไม่สามารถทำได้ในระยะยาว
พื้นไม้สักเหมาะกับบ้านแบบไหน?
พื้นไม้สักพม่าเหมาะกับผู้ที่
-
ต้องการสัมผัสไม้จริงทั้งแผ่น
-
ให้ความสำคัญกับความสวยงามระยะยาว
-
ต้องการวัสดุที่เพิ่มมูลค่าให้ตัวบ้าน
-
ไม่ต้องการเปลี่ยนพื้นใหม่บ่อย ๆ
แม้ต้นทุนเริ่มต้นจะสูงกว่าพื้นไม้บางประเภท แต่เมื่อพิจารณาอายุการใช้งานและความสามารถในการรีโนเวทซ้ำได้ จะถือว่าเป็นวัสดุที่ คุ้มค่าในระยะยาว
ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนติดตั้งพื้นไม้สักหรือไม่?
ควรอย่างยิ่ง เพราะการติดตั้งพื้นไม้จริงต้องพิจารณาหลายปัจจัย เช่น
-
สภาพพื้นเดิมและระดับพื้น
-
ค่าความชื้นของหน้างาน
-
ระบบการติดตั้งที่เหมาะสมกับโครงสร้างบ้าน
ทีมงาน aree ให้บริการตั้งแต่สำรวจหน้างาน แนะนำชนิดไม้และวิธีติดตั้ง ไปจนถึงงานขัดทำสีหน้างาน เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่สวยงามและลดปัญหาระยะยาวหลังเข้าอยู่อาศัย
สรุป: พื้นไม้สักไม่ใช่แค่วัสดุปูพื้น แต่คือการลงทุนระยะยาวของบ้าน
พื้นไม้สักพม่าแบบ Solid Hardwood พร้อมเทคนิคขัดทำสีหน้างาน
ให้ทั้งความสวยงามแบบคลาสสิก สัมผัสเรียบเนียนไร้ร่อง และความทนทานที่สามารถใช้งานได้ตลอดอายุบ้าน
หากคุณกำลังมองหาพื้นไม้สไตล์ “เรียบ เนียน หรู” ที่คงคุณค่าได้ยาวนาน
สามารถติดต่อทีมงาน aree เพื่อขอคำแนะนำเรื่องวัสดุ ราคา และการสำรวจหน้างานได้ก่อนตัดสินใจติดตั้ง




